Intent-Based สำหรับ System Integrator และ Enterprise IT

ออกแบบ deploy และทำเอกสาร network
จาก record เดียว

NetFuse เก็บ intent ตั้งแต่ design แรก แล้วส่งต่อไปถึง config การตรวจรับ และเอกสารทุกฉบับ — ทีมเดิม เครื่องมือเดิม แต่ไม่ต้องเดาอีกว่าของจริงตอนนี้เป็นยังไง

CampusData CenterAI Data CenterBranchCloud
ปัญหาที่ทุกทีมเจอ

Network ไม่ได้พังเพราะอุปกรณ์
แต่รั่วตรงรอยต่อ

งานหนึ่งงานผ่านมือหลายคนและหลายเครื่องมือ ทุกคนทำงานดี แต่ไม่มีใครถือ record เดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ

Diagram ไม่ตรงของจริง

BOM แก้แล้ว แต่ Visio ยังเป็นแบบเก่า และไม่มีใครแน่ใจว่าไฟล์ไหนคือฉบับล่าสุด

เหตุผลอยู่ในหัวคน

ทำไมเลือกรุ่นนี้ ทำไมตั้ง VLAN แบบนี้ คำตอบลาออกไปพร้อม SE คนที่ออกแบบ

แก้หน้างานแล้วไม่มีใครจด

as-built เขียนตอนท้ายจากความจำ แล้วกลายเป็น baseline ของทุก change หลังจากนั้น

ทุก change เริ่มจาก audit

ก่อนเสนอราคาหรือเปลี่ยนอะไร ต้องไปสำรวจของจริงใหม่ทุกครั้ง และงานนี้แทบไม่เคยเก็บเงินได้

ทุกรอยต่อส่ง "เอกสาร" ต่อ แต่ไม่มีใครส่ง "intent" ต่อ

4D lifecycle

หนึ่ง record วิ่งครบทั้งวงจร

NetFuse จับ intent ตั้งแต่ตอน presales ซึ่งเป็นจุดที่ intent เกิดขึ้นจริง แล้วพามันไปจนถึงวันที่ network ใช้งานอยู่

01
DAY 0 + ONGOING

Device

รู้ก่อนออกแบบว่าของจริงมีอะไรอยู่บ้าง และคอยตรวจเทียบกับ intent ต่อเนื่องหลัง go-live เจอ drift เร็ว และวิศวกรเป็นคนอนุมัติการแก้เสมอ

02
DAY 0

Design

แปลง requirement เป็น intent ที่ตรวจสอบได้ เริ่มจาก reference design แล้วสร้าง BOM และ blueprint จาก intent นั้น

03
DAY 1

Deploy

ส่ง config ที่ตรวจแล้วผ่าน controller และ tool ที่ทีมใช้อยู่ ผ่านขั้น validate และ review ก่อน handoff ทุกครั้ง

04
DAY 0 – 2

Document

HLD, LLD, MOP, UAT และ as-built generate จาก record เดียวกัน ทั้งไทยและอังกฤษ ไม่ต้องเขียนย้อนหลัง

ONE RECORD DCIM · IPAM · Configuration state · Intent Register

change ครั้งถัดไปเริ่มจากของจริงที่ตรวจแล้ว ไม่ใช่ Visio หน้าเปล่า

Features

ทุกขั้นของงาน delivery
อยู่บน record เดียวกัน

ตั้งแต่เลือก reference design จนถึงออกเอกสารตรวจรับ ทุกหน้าจออ่านและเขียนข้อมูลชุดเดียวกัน (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

Design

เริ่มจาก reference design
ไม่ใช่ Visio หน้าเปล่า

เลือก network domain และแบบอ้างอิง กำหนดขนาด เลือก hardware แล้ว NetFuse วาด container อุปกรณ์ และ link ให้ทันที

  • Campus — Wired + Wi-Fi + Gateway + NAC หรือ collapsed core สำหรับ site เล็ก
  • Data Center — 3-stage และ 5-stage Clos (EVPN-VXLAN, multi-pod)
  • Branch และ Cloud — SD-WAN hub and spoke, hybrid และ multi-cloud transit
  • เห็นจำนวนอุปกรณ์ link และ uplink speed ก่อนเริ่มออกแบบ
Design

ออกแบบบน canvas
ที่รู้จักอุปกรณ์จริง

ทุกอุปกรณ์บน canvas มาจาก device template ที่มีรุ่น SKU พอร์ต และกำลังไฟ ไม่ใช่แค่ไอคอนในรูปวาด

  • Hardware library — device template แยกตาม vendor รุ่น และ label พร้อมเปรียบเทียบได้
  • Add device — เลือก hardware → template → ดู hostname ก่อน → วางบน canvas
  • Review changes, SSoT review, History — ทุก revision มีคน review ก่อนไปต่อ
  • สถานะ Needs review ต้องเคลียร์ก่อนกด Prepare deployment
AI

ถาม AI ได้
ในบริบทของ design ที่เปิดอยู่

NetFuse Assistant รู้ว่าคุณกำลังทำ design ไหน สถานะอะไร และอ่านเฉพาะข้อมูลที่อนุมัติแล้วเมื่อจำเป็นต้องใช้

  • สั่งเป็นภาษาคน เช่น "spine 2 ตัว Arista 7050SX3 ต่อกันแบบ MLAG"
  • context chip บอกชัดว่ากำลังคุยเรื่อง design ไหน และเป็น draft หรือไม่
  • ผลลัพธ์ยังต้องผ่าน review เหมือนงานที่คนทำ ไม่มีอะไรข้ามขั้น
Deploy

จาก design สู่ config
ที่ตรวจแล้วใน 5 ขั้น

Deployment Studio พา design ไปเป็น config ทีละขั้น Scope → Configure → Validate → Review → Handoff โดยอ้างอิง revision ของ design ทุกครั้ง

  • Configlets แบบมี version และ pin ได้ เช่น Arista EOS MLAG Pair v1
  • Guided inputs สำหรับคนทั่วไป หรือ Advanced JSON สำหรับสายลึก
  • Automatically fill the connected peer — เลือกพอร์ตที่ต่อสายฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งเติมให้จาก cabling ใน design
  • Validation coverage บอกตรงๆ ว่าตรวจอะไรแล้ว และอะไรยังไม่ได้ตรวจ
Connect

อ่านข้อมูลจากระบบ
ที่ทีมใช้อยู่แล้ว

ลงทะเบียน controller และ source of truth ที่มีอยู่ แล้วให้ NetFuse ดึงข้อมูล device และ site มาเทียบกับ intent

  • Network controller — Aruba Central, Juniper Mist, Arista CloudVision
  • Intent-based fabric และ SSoT — Juniper Apstra, Infrahub, NetBox
  • Generic HTTP / JSON สำหรับระบบที่ยังไม่มี connector สำเร็จรูป
  • token อยู่ใน environment variable ของ server — NetFuse เก็บแค่ชื่อตัวแปร
Connect

MCP servers พร้อมใช้
สำหรับ workflow และ agent

เลือกจาก catalog ของ MCP server สำหรับงาน network ตั้งค่า credential และ tool policy แล้วนำไปใช้ใน workflow ได้ทันที

  • catalog 30 servers เช่น pyATS, Aruba CX, Junos, Netmiko (Multivendor CLI), ANTA, CloudVision Portal
  • แยกหมวด analysis & validation, device automation, observability, security, ITSM & DevOps
  • แต่ละ server บอกจำนวน tool และ tool ไหน เปลี่ยน state ได้ — คุมสิทธิ์ด้วย tool policy
  • test, แก้ไข และ copy client config ได้จากที่เดียว
Automate

ต่อขั้นตอนอัตโนมัติ
ด้วย workflow builder

ลาก node มาต่อกันเป็น flow เช่น ตรวจ record กับ SSoT แล้วดึงรายการอุปกรณ์จาก Infrahub โดยไม่ต้องเขียน script เอง

  • node ครบ: Trigger, Connector, MCP node, Set Environment, Action, Evaluation, End
  • ใช้ connector และ MCP server ที่ตั้งค่าไว้แล้วได้ทันที
  • ทุกการรันถูกเก็บไว้ในหน้า Runs ตรวจย้อนหลังได้
Document

กรอกข้อมูลครั้งเดียว
ใช้ร่วมกันทุกเอกสาร

ข้อเสนอ solution, HLD, LLD, MOP, แผนและรายงาน UAT ไปจนถึงแบบติดตั้งจริง ดึงข้อมูลจากโปรเจกต์และ design ชุดเดียวกัน ภาษาไทยได้เต็มรูปแบบ

  • Ask AI ช่วยเขียนหรือเกลาเนื้อหา พร้อมปุ่ม Accept / Revert ทุกครั้ง
  • แทรก Topology, Campus, Building, Floor และ Device view จาก design ลงในเอกสารได้โดยตรง
  • Missing information บอกว่ายังขาดข้อมูลอะไร ก่อนออกเอกสารจริง
  • ดาวน์โหลด draft เป็น PDF หรือ Word และออกเอกสารที่ review แล้วพร้อม version history
Integrations

ต่อเข้ากับ stack ที่ใช้อยู่
ไม่ต้องรื้อของเดิม

NetFuse ไม่ได้มาแทน controller หรือ tool ที่ทีมใช้ มันคือชั้น intent ที่ร้อยทุกตัวเข้าด้วยกัน

Network controller

อ่าน device และ site จาก management plane ของ vendor

Aruba CentralJuniper MistArista CloudVision

Intent-based fabric และ SSoT

ใช้ source of truth ที่มีอยู่ต่อได้ NetFuse sync intent เข้าไป

ApstraInfrahubNetBoxXyPulse

Device automation (MCP)

MCP server สำหรับคุยกับอุปกรณ์และตรวจ config

pyATSAruba CXJunosNetmikoANTA

Automation tools

ส่ง change plan ที่ตรวจแล้วให้ tool ที่ทีมใช้อยู่เป็นคนรัน

AnsibleTerraformNornirGit

Observability

telemetry ป้อนกลับมาช่วยตรวจ drift เทียบกับ intent

DatadogSolarWindsOpenObserve

Security และ Cloud

ครอบคลุม policy และ network ที่อยู่นอก data center

FortiManagerPalo AltoAWSAzure
NAF framework

สถาปัตยกรรมวางตาม Network Automation Forum (NAF) Framework — NetFuse ทำหน้าที่ฝั่ง intended state, orchestration, การตรวจ drift และ presentation ส่วน collector, executor และ observability ใช้ของที่ทีมมีอยู่

*Some products are in roadmap · ชื่อและ logo เป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของแต่ละราย

ออกแบบให้ทีมคุมได้

ระบบเป็นคนเสนอ วิศวกรเป็นคนอนุมัติ

ไม่มีอะไรเปลี่ยนบน network ลูกค้าโดยไม่มีชื่อคนรับผิดชอบ

Review ก่อนทุก handoff

design และ deployment มีสถานะ review ชัดเจน และต้องเคลียร์ก่อนไปขั้นถัดไป

Credential ไม่อยู่ในฐานข้อมูล

token และรหัสผ่านอยู่ใน environment variable ของ server — NetFuse เก็บแค่ชื่อตัวแปร

AI อ่านเฉพาะข้อมูลที่อนุมัติ

Assistant ใช้ข้อมูลที่อนุมัติแล้วเท่านั้น และ tool ที่เปลี่ยน state ได้ถูกคุมด้วย policy

ทุกอย่างย้อนดูได้

history ของ design, run ของ workflow และ version ของเอกสารที่ออกไปแล้ว อยู่ครบในที่เดียว

สำหรับใคร

ทีมเดิม งานเดิม แต่มี record เดียว

System Integrator

ทีม delivery ของ SI

  • Presales SEเริ่มจาก reference design และ template แทน Visio หน้าเปล่า
  • Project managerเห็นความคืบหน้าและเหตุผลจาก record ไม่ต้องไล่ถาม SE
  • Implementation SEdeploy ตาม intent ล่าสุด as-built ถูกบันทึกระหว่างทำ
  • เจ้าของ SIchange ปีที่สองเสนอราคาได้จากข้อมูลที่ตรวจแล้ว ไม่ต้อง audit ฟรี
Enterprise IT

ทีม IT ขององค์กร

  • IT Directorตอบได้ทันทีว่าเปลี่ยนตรงนี้แล้วจะกระทบอะไร
  • Network Managerรู้ว่า config ตอนนี้ยังตรงกับที่ออกแบบไว้หรือไม่ ก่อนทุก change
  • Network Engineerเปิด diagram แล้วตรงกับของจริง ไม่ต้องลุ้นตอน change window
  • Security / Auditทุก change ผูกกับ intent และชื่อคนอนุมัติ ออกเอกสารได้จาก record
Founding design partners

มาสร้างไปด้วยกัน

เรากำลังมองหา SI และองค์กรจำนวนหนึ่ง มาร่วมปั้น NetFuse บนโปรเจกต์จริง เพื่อให้ได้เครื่องมือที่เข้ากับวิธีทำงานของทีมคุณ ไม่ใช่วิธีที่เรานึกเอาเอง

  • ได้ใช้ก่อนใคร บนโปรเจกต์จริงของคุณ
  • roadmap ที่วางตาม workflow ของทีมคุณ
  • คุยตรงกับทีมที่สร้างระบบ
  • สิ่งที่เราขอ: โปรเจกต์จริง 1 งาน และ feedback ตรงๆ